• ประวัติตำนาน อีลิค คันโตน่า

    อีลิค คันโตน่า

    เลอ รัว, เลอ ดิเยอ ฯลฯ ตามแต่จะเรียกกัน แต่ไม่ว่าคุณจะเรียก แ ว่าอย่างไร สิ่งหนึ่งที่แน่นอนสำหรับดาวเตะเฟร้นช์แมนที่เล่นในโอลด์ แทรฟฟอร์ด 4 ฤดูกาลครึ่งคนนี้ก็คือความเป็นตำนาน

    เสื้อหมายเลข 7 เอริค คันโตน่าพร้อมปกคอตั้งคือเครื่องหมายการค้าของเขา เอริค คันโตน่า เกิดมาเพื่อแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด อย่างแท้จริง เอริค คันโตน่าเริ่มต้นประสบความสำเร็จในอาชีพค้าแข้งด้วยการคว้าแชมป์กับมาร์กเซยในปี 1991 และมีโอกาสติดทีมชาติเกือบ 50 เกม เอริค คันโตน่ามาทดสอบฝีเท้ากับเชฟฟิลด์ เว้นส์เดย์ ตอนอายุ 25 ปี ก่อนที่เอริค คันโตน่าจะได้รับความสนใจจาก ฮาเวิร์ด วิลกินสัน ผู้จัดการทีมลีดส์ ยูไนเต็ด ในเวลานั้น และการพาทีมยูงทองคว้าแชมป์ลีกสูงสุดได้ในฤดูกาล 1991/92 livescore ก็น่าจะบ่งบอกอะไรได้บ้างถึงฝีเท้าของเขา…เอริค คันโตน่า

    ช่วงเปิดฤดูกาลต่อมา เอริค คันโตน่าทำแฮตทริคใส่ลิเวอร์พูลในเกมแชริตี้ ชิลด์ จากนั้น เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ก็คว้าตัวเอริค คันโตน่ามาร่วมทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ช่วงปลายปี 2012 ด้วยค่าตัว 1.2 ล้านปอนด์ ซึ่งถือว่าคุ้มค่ามาก เพราะเอริค คันโตน่าพร้อมลงสนามสร้างผลงานทันที ผลบอล

    อีก 4 ฤดูกาลครึ่งหลังจากนั้นเอริค คันโตน่าก็ได้สร้างชื่อขึ้นมาเป็นนักเตะระดับตำนานของทีมปีศาจแดง เอริค คันโตน่าสร้างความตื่นตาตื่นใจในสนามได้ในแบบเดียวกับที่ จอร์จ เบสต์ เคยทำเอาไว้เมื่อ 2 ทศวรรษก่อนหน้านั้น เอริค คันโตน่าถือเป็นจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญที่ขาดหายไปของทีม และการเข้ามาของเอริค คันโตน่าพร้อม 9 ประตูที่เขาทำได้จากการลงเล่น 22 เกมในลีกก็ช่วยให้คว้าแชมป์พรีเมียร์ ลีก ได้ในฤดูกาล 1992/93

    ด้วยการที่มีเอริค คันโตน่าอยู่ในทีม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ก็พลาดคว้าแชมป์ลีกเพียงแค่ครั้งเดียวเท่านั้นตลอดทั้ง 4 ฤดูกาล ผลบอลสด เอริค คันโตน่าไม่ได้มีแค่ความสามารถทางเทคนิคที่มาพร้อมกับความคิดสร้างสรรค์เท่านั้นเอริค คันโตน่ายังมีคุณสมบัติของความเป็นผู้นำด้วยเอริค คันโตน่ามีอิทธิพลต่อทุกคนทั้งกับนักเตะ และแฟนบอล หากเอริค คันโตน่าคิดว่าอะไรเป็นไปได้แล้ว คุณก็จะเชื่อมั่นอย่างนั้นตามเอริค คันโตน่าไปด้วย

    หลังจากที่เอริค คันโตน่าถูกแบน 9 เดือนจากเอฟเอ กรณีกระโดดกังฟูคิกใส่แฟนบอลคริสตัล พาเลซ ที่เซลเฮิร์สท พาร์ค เอริค คันโตน่าก็ต้องไปบำเพ็ญประโยชน์ต่อสาธารณะเป็นเวลา 120 ชั่วโมง และเมื่อเอริค คันโตน่ากลับมาลงเล่นในเกมกับลิเวอร์พูลที่โอลด์ แทรฟฟอร์ด เมื่อเดือนตุลาคม เอริค คันโตน่าก็ทำประตูได้จากลูกจุดโทษ ไฮไลท์ฟุตบอล

    เอริค คันโตน่านั้นประสานงานได้อย่างลงตัวกับนักเตะรุ่นน้องอย่าง เดวิด เบ็คแฮม, ไรอัน กิ๊กส์ รวมถึง รอย คีน และแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ก็กลายเป็นทีมที่ยากจะต้านทานในฤดูกาล 1995/96 เอริค คันโตน่าน่าทำประตูไป 19 ลูกรวมทุกรายการ เขาทำสถิติยิงในพรีเมียร์ ลีก ได้ 6 เกมติดต่อกันช่วงเดือนมีนาคมถึงเมษายนด้วย โดยตอนนั้นทีมปีศาจแดงกำลังขับเคี่ยวแย่งแชมป์กับนิวคาสเซิล ยูไนเต็ด และก็เป็นเอริค คันโตน่าอีกครั้งที่มาสร้างชื่อที่เวมบลีย์ เป็นนัดชิงชนะเลิศ เอฟเอ คัพ กับลิเวอร์พูล เขาทำประตูชัยให้ทีมคว้าดับเบิ้ลแชมป์ได้เป็นสมัยที่ 2 ถือเป็นช่วงเวลาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของเอริค คันโตน่าในการค้าแข้งที่โอลด์ แทรฟฟอร์ด เลยก็ว่าได้ วิเคราะห์บอล

    ช่วงจบฤดูกาล 1996/97 ทีมคว้าแชมป์ลีกได้อีกครั้ง แต่ก็ต้องพบกับความผิดหวังในถ้วยยุโรปเมื่อร่วงตกรอบรองชนะเลิศ และเอริค คันโตน่าก็ออกมาประกาศแขวนสตั๊ดแบบช็อคแฟนบอล จนถึงตอนนี้เอริค คันโตน่าได้อำลาทีมไปนานแล้ว แต่แฟนๆ ก็ไม่เคยลืมเอริค คันโตน่าลงเลย



  • จะทำให้ดีกว่านี้..!!”โรนัลโด้”หวังอันเชล็อตติอยู่กับทีมต่อฤดูกาลหน้า

    คริสติอาโน่ โรนัลโด้

                  คุณซุปตาร์ คริสติอาโน่ โรนัลโด้ เจ้าของรางวัลดาวซัลโวลา ลีกาประกาศพร้อมสนับสนุน คาร์โล อันเชล็อตติ กุนซือคางทุมดำรงตำแหน่งในทีมเรอัล มาดริดต่อไปแม้ฤดูกาลนี้จะคว้าน้ำเหลวก็ตาม”ราชันชุดขาว”livescore เปิดรังซานติอาโก้ เบร์นาบิวไล่ต้อน เกตาเย่ ยับเยินถึง 7-3 อาจจะเป็นแอ๊คชั่นสุดท้ายที่ อันเชล็อตติ บัญชาเกมต่อหน้าแฟนๆ ไฮไลท์ฟุตบอลเนื่องจากสื่อหลายสำนักต่างประโคมข่าวว่า ฟลอเรนติโน่ เปเรซ เจ้าพ่อกลาคติกอสบรรลุข้อตกลงเบื้องต้นกับ ราฟาเอล เบนิเตซ เอลบอสสมองเพชรตกบอลสดวันนี้ปากรับคำจะคืนสู่เหย้าอีกครั้งหลังเคยเป็นโค้ชทีมสำรองมาก่อนอย่างไรก็ตาม อันเชล็อตติ ยังได้รับการสนับสนุนจากกองเชียร์ในสนามต่างพากันตะโกนเรียกชื่อกุนซืออิตาเลี่ยนพร้อมให้กำลังใจจงสู้ต่อ ขณะที่ โรนัลโด้ โพสต์ข้อความผ่านทวิตเตอร์โดยถ่ายรูปเคียงข้าง “อันเช่” พร้อมบรรยายใต้ภาพว่า”เป็นทั้งยอดโค้ชและบุคคลที่น่าทึ่ง ฟุตบอลสดหวังเป็นอย่างยิ่งว่าเราคงได้ทำงานร่วมกันอีกในฤดูกาลหน้า”



  • มั่นใจ..!!”เชอร์วูด”เชื่อ เบนเทเก้ ยังอยู่วิลล่าต่อ

    คริสเตียน เบนเทเก้

                 นายใหญ่แอสตัน วิลล่า ทิม เชอร์วูดเชื่อว่าคริสเตียน เบนเทเก้กองหน้าร่างใหญ่นั้นจะยังเล่นอยู่กับทีมต่อไปหลังมีข่าวคราวเรื่องการย้ายตัว มีข่าวเกี่ยวกับดาวเตะทีมชาติเบลเยี่ยมออกมาอยู่เรื่อยๆอย่างไรRoyal1688ก็ตามไม่นานมานี้เอเยนต์ของเบนเทเก้ก็ออกมายืนยันแล้วว่าเขายังคงปักหลักอยู่กับสโมสรเหมือนเดิมหลังจากยิงไป 15 ประตูในฤดูกาลนี้ด้วยฟอร์มในช่วงท้ายที่ร้อนแรงขึ้นมา royal1688 คาสิโนออนไลน์ก็ทำให้มีเหล่าทีมใหญ่ในพรีเมียร์ลีกกลับมาเป็นข่าวคราวกับเขาอีกครั้งนึง แต่กุนซือของ”สิงห์ผงาดroyal1688 iphone“ก็เชื่อว่าเขาจะยังอยู่กับทีมต่อแม้จะไม่ได้พูดคุยถึงเรื่องนี้กันเลยก็ตาม”คริสเตียนเป็นเพียงแค่เด็กหนุ่มแต่เขาก็เป็นผู้ใหญ่มากกับการประพฤติตัวของเขา ผมคิดว่าเขารับมือกับสถานการณ์ได้ดีนะ ผมไม่มีเหตุผลให้เชื่อว่าเขาอยากจะหางานกับที่อื่น royal1688 สล็อตเขาดูเหมือนว่ามีความสุขมากกับที่นี่นะและเมื่อเช้าเขาก็ยิ้มตอนลงซ้อม”



  • ความคิดสร้างสรรค์ ต้องยกให้เค้า คนนี้ อีริค คันโตน่า

    314

             ด้วยการที่เขาอยู่ในทีม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด มาเป็นเวลานาน ก็พลาดคว้าแชมป์ลีกเพียงแค่ครั้งเดียวเท่านั้นตลอดทั้ง 4 ฤดูกาล คันโตน่าไม่ได้มีแค่ความสามารถทางเทคนิคที่มาพร้อมกับความคิดสร้างสรรค์เท่านั้นlivescore เขายังมีคุณสมบัติของความเป็นผู้นำด้วย เขามีอิทธิพลต่อทุกคนทั้งกับนักเตะ และแฟนบอล หากเขาคิดว่าอะไรเป็นไปได้แล้ว คุณก็จะเชื่อมั่นอย่างนั้นตามเขาไปด้วยหลังจากที่ถูกแบน 9 เดือนจากเอฟเอ กรณีกระโดดกังฟูคิกใส่แฟนบอลคริสตัล พาเลซ ที่เซลเฮิร์สท พาร์ค เขาก็ต้องไปบำเพ็ญประโยชน์ต่อสาธารณะเป็นเวลา 120 ชั่วโมงไฮไลท์ฟุตบอล และเมื่อเขากลับมาลงเล่นในเกมกับลิเวอร์พูลที่โอลด์ แทรฟฟอร์ด เมื่อเดือนตุลาคม เขาก็ทำประตูได้จากลูกจุดโทษ

    คันโตน่านั้นประสานงานได้อย่างลงตัวกับนักเตะรุ่นน้องอย่างผลบอลเมื่อคืน เดวิด เบ็คแฮม, ไรอัน กิ๊กส์ รวมถึง รอย คีน และแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ก็กลายเป็นทีมที่ยากจะต้านทานในฤดูกาล 1995/96 คันโตน่าทำประตูไป 19 ลูกรวมทุกรายการ เขาทำสถิติยิงในพรีเมียร์ ลีก ได้ 6 เกมติดต่อกันช่วงเดือนมีนาคมถึงเมษายนด้วย โดยตอนนั้นทีมปีศาจแดงกำลังขับเคี่ยวแย่งแชมป์กับนิวคาสเซิล ยูไนเต็ดไฮไลท์ฟุตบอลเมื่อคืน และก็เป็นคันโตน่าอีกครั้งที่มาสร้างชื่อที่เวมบลีย์ เป็นนัดชิงชนะเลิศ เอฟเอ คัพ กับลิเวอร์พูล เขาทำประตูชัยให้ทีมคว้าดับเบิ้ลแชมป์ได้เป็นสมัยที่ 2 ถือเป็นช่วงเวลาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของเขาในการค้าแข้งที่โอลด์ แทรฟฟอร์ด เลยก็ว่าได้